อาหารปรุงสำเร็จ

อาหารปรุงสำเร็จคือ ?

อาหารปรุงสำเร็จ คือ อาหารที่ผ่านกระบวนการปรุง ประกอบ พร้อมที่จะนำมาเสิร์ฟและบริโภคได้
เช่น แกงเผ็ด แกงจืด ผัดผัก ปลาทอด ไก่ย่าง เป็นต้น แหล่งที่มา: ร้านค้า ตลาด โรงอาหาร แผงลอย หาบเร่ ประเภทอาหาร: ต้ม ผัด แกง ทอด ปิ้ง ย่าง อบ นึ่ง

อันตราย!!! ที่มีสาเหตุเกิดจากอาหารและน้ำ
อาหารเมื่อผ่านกระบวนการปรุงสำเร็จแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานานในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม เชื่อโรคที่ปนเปื้อนในอาหารจะมีการเจริญเติบโตทำให้อาหารบูด เน่าเสียได้ง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องร่วง ท้องเสีย อุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ อหิวาตกโรค เป็นต้น หากพบว่าตนเองเกิดโรคระบบทางเดินอาหารดังกล่าวควรที่จะดูแลตนเองให้ถูกต้อง ถูกวิธี
โรคติดต่อทางอาหารและน้ำ
1. โรคอุจจาระร่วง
โรคอุจจาระร่วงเกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว และหนอนพยาธิ ซึ่งเราไม่อาจสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า

อาการ
ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว/ถ่ายเป็นน้ำ/มูกเลือด อาจมีไข้ร่วมด้วย

การดูแลตนเองเบื้องต้น
ปกติจะหายเองได้ แต่ควรรับประทานเกลือแร่เพื่อทดแทนการสูญเสียน้ำ กินอาหารย่อยง่าย หากอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบพบแพทย์ หลีกเลี่ยงการใช้ยาหยุดถ่าย

การป้องกัน
1. เลือกอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่และอุ่นให้ร้อนทุกครั้ง
2. ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ทั้งก่อนปรุงและรับประทานอาหาร หรือเข้าห้องส้วม
3. ใช้ช้อนกลางทุกครั้ง เมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
4. เก็บอาหารให้มิดชิดจากสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค

2. โรคอาหารเป็นพิษ
โรคอาหารเป็นพิษเกิดจากการรับประทานพิษของเชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อซาลโมเนลล่า เชื้อรา เห็ด หรือสารเคมีที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร ซึ่งมักพบในอาหารที่ปรุงสุก ๆ ดิบๆ รวมทั้งอาหารกระป๋อง อาหารทะเล และน้ำนมที่ยังไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ นอกจากนี้อาจพบในอาหารที่ทำไว้ล่วงหน้านานๆ แล้วไม่ได้แช่เย็นไว้ ถ้าไม่ได้อุ่นให้ความร้อนเพียงพอ เมื่อรับประทานจะทำให้เป็นโรคนี้ได้
อาการ
คลื่นไส้ อาเจียน ปวดมวนท้องรุนแรง ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ มีมูกปนเลือด มีไข้ ปวดศีรษะ

การดูแลตนเองเบื้องต้น
ในขณะปวดท้อง หรือ คลื่นไส้อาเจียน ไม่ควรกินอาหารหรือดื่มน้ำ เพราะอาการจะรุนแรงขึ้น ไม่ควรกินยาหยุดถ่ายท้อง จิบน้ำหรือเกลือแร่บ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ หากอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

การป้องกัน
กินอาหารสุก สะอาด ไม่กินอาหารสุกๆ ดิบๆ

3. โรคบิด
โรคบิดเกิดจากเชื้อบิด ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียหรืออมีบา สามารถติดต่อได้โดยการรับประทานอาหาร ผักดิบหรือน้ำดื่มที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าไป

อาการ
ปวดบิดในท้อง ถ่ายเหลว มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดเมื่อยตามตัว

การดูแลตนเองเบื้องต้น
ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ หรือจิบเกลือแร่ รับประทานอาหารอ่อนๆ พักผ่อนให้เพียงพอ หากอาการไม่ดีขึ้น ให้รีบไปพบแพทย์

การป้องกัน
รับประทานอาหารสุก ร้อน สะอาด

4. อหิวาตกโรค
อหิวาตกโรคเกิดจากเชื้ออหิวาตกโรคซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรีย สามารถติดต่อได้โดยการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไป โดยมือของผู้ป่วยที่สัมผัสอาหาร รวมทั้งแมลงวันเป็นพาหะนำโรค

อาการ
อาการมีได้ตั้งแต่มีอาการเล็กน้อยจนรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีการถ่ายอุจจาระเป็นน้ำจำนวนมากจนอุจจาระเป็นสีขาวขุ่นคล้ายน้ำซาวข้าว กลิ่นเหม็นคาว มักไม่ปวดท้อง อาจมีคลื่นไส้อาเจียน ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาหรือทดแทนด้วยน้ำเกลือ จะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำอย่างรวดเร็ว อาจถึงขั้นช็อกจนไม่รู้สึกตัวและเสียชีวิตได้

การดูแลตนเองเบื้องต้น
จิบเกลือแร่บ่อยๆ ให้ผู้ป่วยถ่ายอุจจาระและกำจัดอาเจียนของผู้ป่วยในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ รักษาความสะอาดสิ่งของของผู้ป่วย หมั่นล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งที่เข้าห้องส้วม ควรรีบไปพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง

การป้องกัน
1. ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้ง
2. รับประทานอาหารที่สะอาด ใช้ฝาชีครอบอาหาร
3. ล้างผัก ผลไม้
4. ถังขยะควรมีฝาปิด
5. ดื่มน้ำสะอาด
6. ถ่ายอุจจาระในส้อมที่ถูกสุขลักษณะ

5. โรคไข้ไทฟอยด์ หรือ ไข้รากสาดน้อย
โรคไข้ไทฟอยด์ หรือ ไข้รากสาดน้อย เกิดจากเชื้อทัยฟอยด์ ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรีย สามารถติดต่อได้โดยอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระและปัสสาวะของผู้ป่วย

อาการ
มีไข้สูง 40 องศาเซลเซียส เป็นเวลานาน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร แน่นท้อง ท้องอืด บางรายอาจมีอาการท้องอืดหรือท้องเสียร่วมด้วย ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้เรื้อรังจะมีเชื้อปนออกมากับอุจจาระและปัสสาวะเป็นครั้งคราว

การดูแลตนเองเบื้องต้น
ดื่มน้ำตาลเกลือแร่ (ORS) รับประทานอาหารย่อยง่าย ไม่ควรรับประทานยาเพื่อหยุดถ่าย หากจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะควรอยู่ในความดูแลของแพทย์

การป้องกัน
1. รับประทานอาหารที่ใหม่ สด สะอาด และปรุงสุกใหม่ๆ หากต้องการรับประทานที่ค้างมื้อ ควรอุ่นให้ร้อนหรือเดือดก่อนรับประทาน
2. ดื่มน้ำสะอาด
3. ล้างมือทุกครั้งก่อนปรุงอาหารและรับประทานอาหาร

6. โรคไวรัสตับอักเสบ เอ
โรคไวรัสตับอักเสบ เอ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอ (HAV) ซึ่งสามารถติดต่อกันได้ผ่านการรับประทานอาหารและน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อ การสัมผัสกับสิ่งสกปรกและอุจจาระที่ปนเปื้อนเชื้อ หรือผู้ที่ติดเชื้อ และจากการบริโภคน้ำหรืออาหารที่ผิดสุขอนามัย

อาการ
อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
คลื่นไส้อาเจียน จุกแน่นชายโครงขวา
ปัสสาวะเข้ม ตาเหลือง

การดูแลตนเอง
รีบไปพบแพทย์ทันที่เมื่อมีอาการ

การป้องกัน
1. กินร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ
2. ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง
3. ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ เอ


จะเลือกซื้ออาหารปรุงสำเร็จอย่างไร....? ให้ปลอดภัย
1. สังเกตสภาพทั่วไป
1.1 ป้ายรับรองอาหารสะอาด รสชาติอร่อย clean Food Good Taste
1.2 การแต่งการของแม่ค้าจะต้องใส่หมวกหรือเน็ตคลุมผม ผูกผ้ากันเปื้อน ไม่สวมเครื่องประดับ เช่น นาฬิกาข้อมือ แหวน เป็นต้น และมีบัตรประจำตัวผู้สัมผัสอาหารติด หากแม่ค้ามีบาดแผลจะต้องมีการปกปิดบาดแผลหรือใส่ถุงมือ
1.3 การเตรียมปรุง ประกอบ หรือจำหน่ายอาหาร ควรสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 cm มีการปกปิดอาหารจากแมลงและสัตว์นำโรคหรือฝุ่นละอองต่างๆอย่างมิดชิด รวมทั้งภาชนะอุปกรณ์จะต้องใส่ภาชนะที่มีฝาปิด
1.4 การล้างภาชนะและเก็บภาชนะจะต้องล้างให้สูงจากพื้นอย่างน้อย 60 cm
1.5 น้ำแข็งที่ใช้บริโภคจะต้องสะอาด ไม่ใช้รวมกับแช่ของ และจะต้องมีที่ตักเฉพาะ
1.6 การตักอาหารจะต้องมีช้อนหรือทัพพี ไม่ใช้มือหยิบจับอาหารโดยตรง

2. สังเกตสภาพอาหาร
2.1 ก่อนที่เราบริโภคอาหารจะต้องแน่ใจว่าอาหารนั้น ไม่มีร่องรอยการเสียอันเนื่องมาจากจุลินทรีย์ เช่น สี กลิ่น รส ที่เปลี่ยนไปจากเดิม ไม่มีฟองอากาศและเมือก
2.2 ภาชนะที่บรรจุจะต้องสะอาดและมีสภาพที่สมบูรณ์ไม่ฉีกขาด บวม หรือบุบบู้บี้ และรั่วซึม

3. สังเกตการณ์ถนอมอาหาร ณ จุดขาย
3.1 ร้านอาหารควรมีการนำอาหารมาอุ่นให้ร้อนเป็นระยะทุก 2
3.2 การเก็บรักษาอาหารจะต้องเก็บไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสมกับอาหารแต่ละชนิด